|

ในบรรดาขุนพลทั้งหมดของโนบุนางะนั้น
กล่าวกันว่าผู้มีความสามารถ ฉลาดหลักแหลม
และมีผลงานสูงสุดในบรรดาขุนพลทั้งหมดนั้น
ก็คือซามูไรผู้มีร่างเล็ก ใบหน้าละม้ายลิง
และมีชาติกำเนิดมาจากชาวนาชั้นต่ำ นามของเขาก็คือ โทโยโทมิ
ฮิเดโยชิ (Toyotomi Hideyoshi) หรือฉายาที่คนทั่วไปรู้กันว่า
เจ้าลิง
เขาเกิดเมื่อปี ค.ศ. 1536 ที่นาโกย่า จ.โอวาริ
บ้านเกิดเดียวกับโอดะ โนบุนางะ
แต่ที่แตกต่างกันราวฟ้ากับดินก็คือ
โนบุนางะเป็นผู้ที่เกิดมาในชนชั้นซามูไรและเป็นทายาทผู้ครองแคว้น
ในขณะที่ฮิเดโยชิเกิดมาในชนชั้นชาวนาที่แสนยากจน
ชื่อเดิมของเขาคือ คิโนชิตะ โทคิจิโร่ (Kinoshita Tokichiro)ในประวัติศาสตร์บันทึกว่าเขาเป็นผู้มีรูปร่างเตี้ยและหน้าตาท่าทางเหมือนลิง
จึงมักถูกล้อว่า เจ้าลิง อยู่บ่อยๆ
โทคิจิโร่ในวัยเด็กนั้นเป็นผู้มีความมุมานะ และขยันขันแข็ง
แม้ว่าจะมีฐานะยากจน
แต่ก็อาศัยการบวชเป็นพระเพื่อศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม
แต่ได้ไม่เท่าไร
เขาก็ลาสึกและออกเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วเพื่อหาประสบการณ์
เมื่อเติบโตเป็นหนุ่ม
เขาได้ยกระดับตนเองด้วยการเข้าเป็นทหารในกองทัพของ อิมากาว่า
โยชิโมโตะ ผู้ปกครองแห่งซุรุงะ
แต่ก็เป็นได้แค่ทหารระดับล่างที่ถูกใช้งานต่ำต้อย
ภายหลังเขาได้ออกจากซุรุงะและกลับสู่แคว้นโอวาริ
เขาได้อาศัยความเป็นคนอัธยาศัยดี และรู้จักเข้าหาผู้คน
ทำให้สามารถเข้าพรรคอาจิสุงะ ซึ่งเป็นกลุ่มรัปปะ (กลุ่มก่อกวน
และสืบหาข่าว มีลักษณะคล้ายนินจา) ที่อยู่ใต้สังกัดของทาโดโคโร
ชูมะ นายกองทวนของกองทัพโอวาริอีกที
ซึ่งการเข้าพรรคอาจิสุงะช่วยให้โทคิจิโร่
ลูกชาวนาธรรมดาคนหนึ่งยกระดับตนเองขึ้นมา
และจากการที่เขาเป็นคนเฉลียวฉลาด มีไหพริบ
ทำให้ได้รับการชักชวนเข้ากองทวนของ ทาโดโคโร ชูมะ
หลังจากนั้นไม่นาน
ภายหลังเมื่อโนบุนางะขึ้นมาเป็นผู้ปกครองวาริสืบต่อจากบิดา
ก็เริ่มทำการเสาะหาบุคลากรที่เก่งกาจเข้ามาในสังกัดของตนเอง
เพราะกลุ่มขั้วอำนาจเก่าของตระกูลโอดะนั้นไม่ค่อยพอใจในตัวของโนบุนางะเท่าใดนัก
และให้การสนับสนุนน้องชายของเขาคือ โนบุยูกิมากกว่า
โนบุนางะจึงพยายามที่จะดันคนของตนเองให้เข้ามามีความสำคัญในกองทัพและในกลุ่มขุนนาง
เช่นกลุ่มของ นิวะ นากาฮิเดะ หรือมาเอดะ โทชิอิเอะ
ในภายหลัง โนบุนางะได้เจอกับโทคิจิโร่โดยบังเอิญ
ก็รู้สึกสนใจในความมีไหวพริบของเขามาก
แม้ว่าตัวโทคิจิโร่จะไม่ได้มีฝีมือในการรบที่เก่งกาจและมีชาติกำเนิดที่ต่ำต้อย
แต่โนบุนางะก็ไม่สนใจเรื่องพรรค์นั้น
และยังมอบหมายงานให้โทคิจิโร่เช่นเดียวกับซามูไรอื่นๆ
โทคิจิโร่มีความสนิทสนมกับ มาเอดะ โทชิอิเอะ ซามูไรชั้นสูง
ทายาทของตระกูลมาเอดะ
ซึ่งเป็นเพื่อนเล่นในสมัยเด็กของโนบุนางะอย่างมาก
เขาได้อาศัยเส้นสายตรงนี้ในการเข้าหาโนบุนางะ
และอาศัยไหวพริบของตนในการสร้างผลงานมากขึ้นเรื่อยๆ
โดยไม่เกี่ยงว่ามันจะเป็นงานที่แลดูไร้ค่าเพียงใด
จนกระทั่งซามูไรหลายคนมักหาว่าเขาเป็นพวกขี้ประจบเจ้านาย
และดูถูกเขาต่างๆนานา
แต่โทคิจิโร่ก็ไม่ใส่ใจและยังทำงานรับใช้โนบุนางะเป็นอย่างดี
ในภายหลัง
เขาได้รับการเลื่อนยศจากพลทหารชั้นล่างให้ขึ้นมาเป็นนายกองที่คอยดูแลกองทหารอีกทอดหนึ่ง
จะว่าเป็นเพราะเขาอาศัยการประจบหรือการพยายามสร้างผลงานจนออกนอกหน้าก็ตาม
แต่การที่ลูกชาวนาสักคนจะถีบตัวขึ้นมาเป็นนายกองทหารได้นั้น
ก็นับว่าน่ายกย่องอย่างยิ่ง
|
 |
ในปีเดียวกัน เขาได้แต่งงานกับเนเนะ
หญิงงามอันดับต้นๆของโอวาริ
ภายใต้ความกังขาของหลายคนว่าคนยากจน และไม่ได้มีบุคลิกของนักรบ
รวมไปถึงมีหน้าตาคล้ายลิงเช่นเขานั้น
สามารถคว้าหัวใจของสาวงามเช่นเนเนะมาครองได้อย่างไร
เกี่ยวกับงานแต่งของเขานั้น มีเกร็ดเล่าว่า
เหล่าซามูไรของตระกูลโอดะต่างก็รังเกียจที่จะมาร่วมงานแต่งงานที่จัดขึ้นในบ้านที่เล็กและซอมซ่อของเขา
แม้กระทั่งฝ่ายแม่เจ้าสาวเองในตอนแรกก็ยังรังเกียจที่จะยกลูกสาวให้ด้วยซ้ำ
แขกซึ่งเป็นคนจากตระกูลโอดะที่มาร่วมงานนั้นเพียงสองคน
ก็คือมาเอดะ โทชิอิเอะ
ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทและรับหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าบ่าว กับ มัตสึ
ภรรยาของโทชิอิเอะเท่านั้น
ในขณะที่โนบุนางะนั้นได้ส่งเงินมาให้เป็นของขวัญแต่งงานแทน
ใน ปี ค.ศ. 1560 ตระกูลโอดะเผชิญวิกฤติขั้นร้ายแรงที่สุด เมื่อ
อิมากาว่า โยชิโมโตะ ได้ทำการระดมกองทัพขนาดใหญ่ถึง 40,000
คนเพื่อจะบุกเข้าเมืองหลวงเกียวโต
และได้นำทัพเดินหน้ายึดเมืองได้ถึง 3 จังหวัด
โดยโอวาริก็อยู่ในทางผ่านนั้นด้วย
เพราะโอวาริเป็นเมืองที่อยู่แถบภาคกลางของญี่ปุ่นและอยู่ใกล้กับเมืองหลวง
โนบุนางะจึงต้องระดมกองทัพทั้งหมดเพื่อเตรียมหยุดยั้งโยชิโมโตะไว้ให้ได้
ซึ่งเขาสามารถระดมกำลังได้เพียง 5000 คนเท่านั้น
แม้จะรวมกับกองทัพของพันธมิตรอย่าง มัตสึไดระ โมโตยาสุ (ภายหลังคือ
โตกุกาว่า อิเอยาสึ) แต่กองทัพของโนบุนางะ
ก็ยังมีจำนวนน้อยเกินกว่าจะต้านทานได้
|
 |
แต่กระนั้น โนบุนางะก็สามารถพลิกสถานการณ์การสู้รบ
อาศัยการบุกโจมตีในยามวิกาลและรวดเร็วเข้าตัดหัวของโยชิโมโตะได้
ทำให้โอดะผงาดขึ้นมาเป็นไดเมียวผู้ครองแคว้นที่แข็งแกร่งที่สุดตระกูลหนึ่งในญี่ปุ่น
จากนั้นโนบุนางะก็หันไปเผชิญหน้ากับทัตสึกิ ผู้ปกครองแห่ง
มิโนะ ซึ่งเป็นหลานชายของโดสะ พ่อตาที่เขาเคารพรัก
ซึ่งในศึกนี้ โทคิจิโร่ได้สร้างผลงานยิ่งใหญ่ถึงสองเรื่อง
ซึ่งนับเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญในชีวิตที่ทำให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นแม่ทัพชื่อดังแห่งยุคได้
เรื่องแรกคือการเข้าเกลี้ยกล่อม ทาเกนากะ ชิเกฮารุ
หรือที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันในชื่อ ทาเกนากะ ฮัมเบ (Takenaga
Habei)
ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับการยกย่องในฐานะนักกลยุทธ์อันดับหนึ่งของญี่ปุ่นในขณะนั้น
ถึงขนาดที่มีการเปรียบเทียบว่า ฮัมเบ
ก็คือขงเบ้งของญี่ปุ่นในยุคเซ็นโกคุ
มีบันทึกว่า โทคิจิโร่นั้นนิยมคบหาสมาคมกับผู้คนทุกระดับชั้น
ไม่ว่าจะยากดีมีจน หรือเป็นคนไร้ค่าแค่ไหนก็ตาม
ด้วยความที่เขาเป็นคนช่างเจรจา
แม้ว่าเขาจะมีรูปร่างหน้าตาไม่ดี และฐานะยากจน
แต่ก็ทำให้คนส่วนใหญ่นิยมชมชอบเขา
โดยเฉพาะคนชั้นล่างและชั้นกลางที่มักถูกพวกซามูไรหรือชนชั้นสูงดูถูกดูแคลน
ด้วยกุศโลบายตรงนี้เอง
ที่กลายเป็นรากฐานความสำเร็จของเขาในภายหลัง
และด้วยความกว้างขวางของเขานี่เองที่ทำให้เขารู้จักกับฮัมเบมาไม่น้อย
เขาจึงอาศัยตรงจุดนี้และการพูดถึงสถานการณ์แผ่นดินในภายหน้ามาใช้เกลี้ยกล่อมฮัมเบให้ยอมเข้ากับโนบุนางะ
ซึ่งก็ทำได้สำเร็จ
เรื่องที่สอง ซึ่งมีความสำคัญยิ่งยวด
เพราะเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้กองทัพโอดะเอาชนะกองทัพมิโนะลงได้
นั่นคือการสร้างป้อมค่ายขึ้นที่ปราสาทสุโนมาตะ
เพื่อใช้เป็นฐานในการรับศึกกับทัตสึกิ
การศึกกับมิโนะนั้น
โนบุนางะจำต้องสร้างป้อมค่ายขึ้นที่สุโนมาตะ
เพื่อใช้เป็นปราการในการสู้รบและต้านทานการบุกบริเวณเขาอินาบะ
ซึ่งภารกิจนี้แม้แต่แม่ทัพคนสำคัญของตระกูลโอดะอย่างชิบาตะ
คัตสึอิเอะ และ ซาคุมะ โนบุโมริก็ไม่อาจทำได้สำเร็จ
แม้ว่าจะใช้กำลังคนมหาศาลและเวลาถึงหลายสิบวันก็ตาม
ดังนั้นโทคิจิโร่จึงเสนอตัว อาสาขอรับหน้าที่นี้
แต่ก็ได้รีบเสียงคัดค้านอย่างรุนแรงจากเหล่าแม่ทัพ
ทำให้โทคิจิโร่ต้องออกปากว่าจะทำให้สำเร็จในหนึ่งวัน
โนบุนางะจึงยินยอมให้มอบหมายภารกิจนี้ให้เขาทำ
แต่หากพลาดก็ต้องรับโทษประหาร
โทคิจิโร่ขอกำลังคนจากโนบุนางะเพียงจำนวนน้อย
มีบันทึกว่าเขาขอคนไปเพียงแค่ 500 คน
จากนั้นเขาก็ทำการเกลี้ยกล่อมสมาชิกของพรรคอาจิสุงะ
และเหล่าคนจรที่เขาคบหามายาวนานในโอวาริ
เพื่อมาช่วยเหลืองานนี้
เพราะคนเหล่านี้เป็นผู้ที่รู้จักเส้นทางต่างๆในโอวาริ และ
มิโนะ อย่างทะปรุโปร่ง รู้ช่องทางต่างๆที่คนทั่วไปไม่รู้จัก
อันเป็นหนทางที่จะสร้างป้อมค่ายได้สำเร็จ
อาจิสุงะ มาซาคัตสึ ยอมทำงานชิ้นนี้ให้แก่โทคิจิโร่
รวมไปถึงสมาชิกพรรคอาจิสุงะทั้งหมดก็ยินยอมขึ้นตรงแก่เขา
จากนั้นโทคิจิโร่ก็วางแผนด้วยการปล่อยข่าวลวงว่าโนบุนางะจะยกทัพใหญ่ด้วยตนเองเข้ามาบุกเขาอินาบะในวันรุ่งขึ้น
เมื่อฝ่ายทัตสึกิรู้เช่นนี้
จึงทุ่มเทกับการตระเตรียมกองทัพใหญ่เพื่อตอบโต้โนบุนางะ
นั่นทำให้ทัพมิโนะมัวแต่ยุ่งกับการเตรียมกองทัพใหญ่
จนไม่มาสนใจกำลังคนของโทคิจิโร่ที่แอบทำการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์และไม้ลงมาทางแม่น้ำ
เพื่อทำการสร้างปราสาทในคืนนั้น
|
 |
โทคิจิโร่ใช้เวลาตลอดคืน
ในที่สุดก็สามารถสร้างป้อมปราสาทที่สุโนมาตะได้สำเร็จ
จนกระทั่งทัพของโนบุนางะเข้ามาสมทบ
ทำให้สามารถยันทัพของทัตสึกิกลับไปได้ในรุ่งเช้า
นอกจากนี้โทคิจิโร่ยังค้นพบเส้นทางลับสู่เขาอินาบะที่ทำให้สามารถลัดเข้าสู่ตัวปราสาทอินาบะยามะได้
ด้วยเหตุนี้ โนบุนางะจึงสามารถเผด็จศึกทัตสึกิ
และยึดครองมิโนะได้สำเร็จ
ผลงานของโทคิจิโร่เป็นที่โด่งดังไปทั่ว
และทำให้เขาได้รับการมอบยศเป็นซามูไรและกลายเป็นแม่ทัพคุมกองทหารของตนเอง
และจากนั้นไม่นานก็ทำการเปลี่ยนชื่อตนเองเป็น ฮาชิบะ ฮิเดโยชิ
(Hachiba Hideyoshi)
อันเป็นจุดเริ่มความยิ่งใหญ่ของขุนพลลิงผู้ไต่เต้าตนเองมาจากชนชั้นชาวนา
|