บทสรุปอื่นๆ


 


บทสรุปทั้งหมด   

 


Article

บทความอันเป็นประโยชน์รวมไว้ที่นี่ครับ

กลับไปยังบทความก่อนหน้า วิธีรวม code game genie เข้ากับรอม โดย คุณ potty


บทความเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ >> เปิดตำนานประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ยุคเซ็นโกคุ (Sengoku)


 

  มังกรแห่งเอจิโกะ อุเอสึงิ เค็นชิน
บทความโดย คุณ eagle เรียบเรียงภาพประกอบโดย คุณ asiaspirit
บทความต้นฉบับที่ http://my.dek-d.com/seberjung/story/viewlongc.php?id=373086&chapter=11

 


 
  ตอนก่อนหน้า ยุทธการนากาชิโนะ

 มังกรแห่งเอจิโกะ อุเอสึงิ เค็นชิน

หลังชัยชนะอันสุดยอดในศึกนากาชิโนะ โอดะ โนบุนางะ ก็ได้ผงาดขึ้นมาเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในแผ่นดิน แต่กระนั้นเขาก็ยังมีศัตรูอีกมากมายที่ต้องการจะเข้ามาช่วงชิงสิทธิ์การครองแผ่นดินด้วย และในบรรดาศัตรูเหล่านั้น ผู้ที่มีความน่ากลัวและร้ายกาจที่สุด ซึ่งพอจะต่อกรกับเขาได้นั้น ก็คือมังกรแห่งเอจิโกะ อุเอสึงิ เคนชิน

สังฆราชเคนเนีย แห่งวัดฮอนกันจินั้นเป็นผู้ที่มุ่งมั่นจะจัดการกับโนบุนางะให้ได้ กล่าวกันว่าการเคลื่อนไหวที่ผ่านมาของทาเคดะและโชกุน โยชิอากิ ล้วนอยู่ภายใต้การบงการของเขา และเคนชินก็คือบุรุษคนสุดท้ายในแผ่นดินนี้ที่มีความแข็งแกร่งพอจะทัดเทียมกับโนบุนางะได้ และเคนชินนั้นยังเป็นผู้ที่ใฝ่ใจศึกษาพระธรรมอย่างลึกซึ้ง ด้วยว่าเขาเคยบวชเรียนมาก่อน และเกือบจะเข้าสู่เส้นทางแห่งสงฆ์มาแล้ว ดังนั้นเคนเนียจึงได้ขอให้เคนชินร่วมมือกันขนาบเล่นงานโนบุนางะ

 

เมื่อพูดถึงเคนชินแล้ว สิ่งแรกที่ผู้คนนึกถึงก็คือ นักรบร่างสูงใหญ่ ภายใต้ชุดคลุมสีขาวที่ห่มเหนือชุดเกราะประดุจดั่งพระนักรบ ซึ่งนับเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของเคนชินเลยทีเดียว และด้วยฝีมือในการรบ ทั้งการบัญชากองทัพ ความสามารถ ไหวพริบ และฝีมือการรบที่สูงส่งเกินกว่าผู้ใด ประกอบกับการวางตัวและประพฤติตนตามหลักคำสอนของพุทธศาสนาอย่างเคร่งครัด ทำให้เขาได้รับการยกย่องว่าเป็น “เทพนักรบ บิชามอนเท็น” ซึ่งเป็นเทพเจ้านักรบที่แข็งแกร่งที่สุดตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่น

เมื่อมองดูประวัติของเคนชินในสมัยเด็กนั้น จะพบว่าชีวิตของเขาค่อนข้างจะก้ำกึ่งอยู่ระหว่างสองโลก นั่นคือโลกแห่งการฆ่าฟันนองเลือดของเหล่านักรบ และโลกแห่งความสงบทางจิตใจของนักบวช

เคนชินมีชื่อในสมัยเด็กว่า นากาโอะ คาเงโทร่า เขาเป็นบุตรชายคนที่สี่ของ นากาโอะ ทาเมคาเกะ ไดเมียวผู้มีชื่อเสียง ซึ่งเป็นผู้ครอบครองกองกำลังที่แข็งแกร่งในดินแดนเอจิโกะ
 

เด็กหนุ่มคาเงโทร่านั้น ถูกส่งไปบวชเรียนตั้งแต่เด็ก สาเหตุนั้นก็เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ภายในตระกูลซึ่งมีการแก่งแย่งอำนาจกันเองในหมู่ญาติๆ เพื่อจะให้หลีกเลี่ยงจากปัญหาคามวุ่นวายในตระกูล เคนชินจึงได้มุ่งบวชเรียนจนกระทั่งลึกซึ้งในหลักคำสอนทางพุทธศาสนา และเกิดความเลื่อมใส

เคนชินไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับทางโลกเลย จนกระทั่งอายุได้ 14 ปี อุซามิ ซาดามิทสึ ผู้รับใช้ของทาเมคาเกะ บิดาของเขา ก็ได้มาเชิญตัวเคนชินกลับไปยังตระกูล เพราะข้ารับใช้เก่าแก่หลายคนนั้นไม่นิยมในตัวของผู้นำตระกูลคนปัจจุบันอย่าง นากาโอะ ฮารุคาเกะ ซึ่งเป็นพี่ชายคนโตของเคนชินนั่นเอง เพราะฮารุคาเกะนั้นมีร่างกายอ่อนแอ และหลงใหลในสุรานารีมากกว่าการปกครองหรือการนำทหารออกรบ บรรดาข้ารับใช้สำคัญๆของตระกูลจึงคิดว่าหากฮารุคาเงะนั่งตำแหน่งผู้นำตระกูลต่อไป ตระกูลนากาโอะ อาจพินาศได้

จริงอยู่ว่าในตอนนั้นเคนชินหรือคาเงโทร่านั้น มีอายุเพียง 14 ปี ไม่เคยนำทหารออกสู้รบ ไม่มีประสบการณ์ในการปกครอง เป็นการยากที่เขาจะสามารถปกป้องเขตแดนของตระกูลนากาโอะจากศัตรูภายนอก แต่เคนชินนั้นมีบุคลิก ความหนักแน่นอดทนสมเป็นผู้บวชเรียน และมีฝีมือในการรบสูงส่งเกินอายุ บรรดาข้ารับใช้จึงสนับสนุนให้เขากลับมาเป็นเสาหลักของตระกูล

เล่ากันว่าแรกเริ่มแล้ว เคนชินไม่สนใจที่จะกลับมายุ่งเกี่ยวทางโลก แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจกลับมาตระกูลนากาโอะ และกลายเป็นคนสำคัญที่ช่วยขยายอิทธิพลของตระกูลนากาโอะในดินแดนในเอจิโกะมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเมื่อเขาอายุ 17 ปี เคนชินก็กลายเป็นผู้นำตระกูลแทนที่ฮารุคาเงะพี่ชายของเขาซึ่งป่วยหนักและถูกบีบให้สละตำแหน่งจากหลายฝ่าย

เคนชินเริ่มทำการรวบรวมดินแดนเอจิโกะให้เป็นหนึ่งเดียว และก็เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่เขาได้เผชิญหน้าชายผู้หนึ่งซึ่งได้กลายมาเป็นศัตรูคู่ปรับตลอดกาลของเขา พยัคฆ์แห่งคาอิ ทาเคดะ ชินเก็น

ชินเก็นต้องการแผ่ขยายอิทธิพลเข้ามาที่ชินาโนะ ทำให้ผู้ปกครองสองคนของชินาโนะ ทั้ง โอกาซาวาระ นากาโทคิ และมุราคามิ โยชิคิโยะต้องขอความช่วยเหลือมายังเคนชิน เขาตอบรับคำขอนั้นและยกทัพมาปะทะกับชินเก็นที่ชินาโนะ ซึ่งแม้ว่าเคนชินจะไม่อาจหยุดยั้งไม่ให้ชินเก็นกลายเป็นจ้าวแห่งชินาโนะได้ แต่นั่นก็คือจุดเริ่มต้นของตำนานการต่อสู้ระหว่างมังกรและพยัคฆ์ที่จะต่อเนื่องและเนิ่นนานไปอีกนับสิบปี

 

ทั้งสองได้เปิดฉากการสู้รบขึ้นที่คาวานากาจิม่า ถึง 5 ครั้งในรอบ 10 ปี จนกระทั่งการรบที่นี่กลายเป็นตำนานโจษขานกันถึงคนรุ่นหลัง ระหว่างขุนศึกทั้งสองซึ่งแม้ว่าจะรบกันมายาวนานและดุเดือดแค่ไหน ก็ไม่อาจหาผลแพ้ชนะที่เด็ดขาดได้ และในระหว่างความมุ่งมั่นที่จะพิฆาตกันและกัน พวกเขากลับแสดงความมีน้ำใจให้กันและกันอย่างน่ายกย่อง มีเกร็ดเล่าว่ายามที่อีกฝ่ายขาดแคลนเสบียงเช่นเกลือ หรือยา เมื่ออีกฝ่ายรู้ข่าว ก็พร้อมจะหยิบยื่นสิ่งเหล่าให้แก่กัน เรียกว่าพวกเขาต่างก็ยกย่องอีกฝ่ายในฐานะลูกผู้ชาย

ในการศึกครั้งสุดท้ายนั้น เคนชินเสียกำลังพลไปมากกว่า และก็จำต้องถอยทัพกลับเอจิโกะ กล่าวกันว่าทั้งชินเก็นและเคนชินนั้นแม้จะเป็นนักรบผู้ยิ่งใหญ่ แต่ก็ไร้วาสนาที่จะครองแผ่นดิน เพราะตำแหน่งและภูมิประเทศของดินแดนในปกครองของทั้งคู่นั้น อยู่ห่างไกลจากเมืองหลวงเกียวโต อันเป็นศูนย์อำนาจการปกครองค่อนข้างมาก โดยเฉพาะเค็นชินนั้นมีโอกาสน้อยที่สุด เพราะการจะออกจากดินแดนเอจิโกะนั้น จำต้องผ่านเขตแดนของชินาโนะ ซึ่งอยู่ในการปกครองของชินเก็นด้วย ดังนั้นชินเก็นจึงเสมือกับปราการที่ขวางหน้าสู่เส้นทางการไปเมืองหลวงของเขา แต่จะว่าไปแล้ว เค็นชินคงไม่ได้มีเจตนาหรือความทะเยอทะยานที่อยากจะครองแผ่นดินทั้งหมดเท่าใดนัก เพราะจากประวัติของเขานั้นก็แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นผู้ที่มีใจใฝ่ในพุทธศาสนา แม้ว่าเขาจะถูกเรียกเป็นเทพนักรบ แต่การรบของเขานั้นก็ไม่ใช่การรบที่มุ่งเน้นการฆ่าล้างศัตรูจนเลือดนองแผ่นดิน นับว่าแตกต่างไปจากโนบุนางะอย่างสิ้นเชิง

ตรงจุดนั้น ชินเก็นยังนับว่ามีโอกาสมากกว่า เพราะในศึกมิคาตากาฮาระ ซึ่งชินเก็นตัดสินใจออกจากดินแดนคาอิและมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงนั้น หากเค็นชินจะยกทัพเข้าตีดินแดนของชินเก็นก็ย่อมทำได้ แต่เพราะการเคลื่อนทัพของชินเก็นในครั้งนั้นเกิดจากแผนการของโชกุนโยชิอากิ เค็นชินซึ่งยอมโอนอ่อนตามคำสั่งของโชกุนจึงไม่ได้เคลื่อนไหวขัดขวางชินเก็นแต่อย่างใด

จนกระทั่งชินเก็นสิ้นลง สังฆราชเคนเนียซึ่งเกลียดชังโนบุนางะอย่างรุนแรง จึงหวังพึ่งพากำลังของเค็นชินซึ่งเปรียบดั่งผู้เดียวที่จะหยุดยั้งการครองแผ่นดินของโนบุนางะได้

หลังจากพิฆาตทาเคดะ คัตสึโยริที่ทุ่งนากาชิโนะ โนบุนางะก็มุ่งเป้าการศึกไปยังดินแดนทางตะวันตก ภายใต้อำนาจของตระกูลโมริ และสายตาอีกข้างก็เบนมาทางเค็นชิน ซึ่งทำตัวเป็นมังกรที่หลับซุ่มอยู่ในดินแดนเอจิโกะ

 

โนบุนางะตัดสินใจยกทัพเข้าปราบโมริก่อนเป็นอันดับแรก แต่การศึกกับโมริก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะโมรินั้นได้ชื่อว่าเป็นตระกูลที่มีกองทัพเรือที่แข็งแกร่งที่สุดในญี่ปุ่นเวลานั้น โนบุนางะใช้เวลาถึงสามปีในการทดสอบศักยภาพเรือรบที่แข็งแกร่งของโมริ และในที่สุด คูคิ โยชิทากะ แม่ทัพเรือคนสำคัญของตระกูลโอดะก็ได้สร้างเรือรบขนาดใหญ่พิเศษหุ้มเกราะทั้งหมด 6 ลำขึ้นมาได้ และใช้เรือทั้งหกลำนี้เป็นแกนหลักในการพิชิตกองทัพเรือขนาดมหึมาของโมริลงในศึกคิกุคาวากุชิ โดยทัพเรือจำนวนมากของโมริได้ถูกเผาทำลายลงแทบทั้งหมด ทำให้โมริเสียกำลังไปมาก และไม่สามารถที่จะยกทัพข้ามฝั่งทะเลเข้ามายังเขตแดนของโอดะได้อีกเลย หลังจากนั้นไม่กี่ปี โนบุนางะก็ได้วางตัวให้ฮิเดโยชิเป็นผู้ประจำการฝั่งตะวันตกเพื่อคอยรับศึกกับทางโมริต่อไป

ในเมื่อไดเมียวทั่วประเทศแทบจะยอมสยบให้แก่เขาจนเกือบหมดสิ้น จอมมารจึงได้กวักมือเรียกมังกรลงสู่สนามรบ ในฐานะศัตรูคนสุดท้ายที่เก่งกาจที่สุด และมังกรผู้นี้ก็ไม่ได้ปฏิเสธ

เค็นชินเตรียมยกทัพใหญ่ออกจากเอจิโกะ มุ่งหน้าสู่แม่น้ำเทโดริ ที่ดินแดนคางะ อันเป็นจุดเริ่มต้นของศึกเทโดริกาว่า

ในศึกนี้ เค็นชินเป็นผู้บัญชาการนำกองทัพเทพนักรบที่ได้รับการเรียกขานว่า “บิชามอนเท็น” มาด้วยตนเอง และก็ได้เผชิญหน้ากับกองทัพแนวหน้าของตระกูลโอดะที่มี ชิบาตะ คัตสึอิเอะ เป็นแม่ทัพใหญ่ และมี มาเอดะ โทชิอิเอะ (อินุ) เป็นรองแม่ทัพ

เค็นชินแสดงถึงความเหนือชั้นในฐานะแม่ทัพ นอกจากเขาจะมีฝีมือในการสู้รบที่เก่งกล้ายากจะหาคนเทียบได้แล้ว เขายังมีสติปัญญาและความเชี่ยวชาญในการทำศึกอย่างสูงล้น เขาได้วางกับดักเข้าสังหารโช ชิเงสึระ แม่ทัพของตระกลโอดะ และกองทัพของเขาลง จากนั้นก็เข้ายึดปราสาทอานามิซุ และพื้นที่ใกล้เคียงของแม่น้ำเทโดริได้ทั้งหมด เพื่อใช้เป็นแนวป้องกันสำหรับการรับมือกับแนวปืนใหญ่ของฝ่ายคัตสึอิเอะ และอาศัยการเปิดเขื่อนกั้นแม่น้ำ อาศัยน้ำที่ไหลท่วมเข้าป้องกันการรุกของทัพโอดะอย่างชะงัก ก่อนจะปิดท้ายด้วยการใช้กองทหารเดินเท้าเข้าเล่นงาน ฝ่ายคัตสึอิเอะแม้จะมีประสบการณ์สู้รบมามาก แต่ก็ไม่อาจต้านทานเค็นชินได้ ในที่สุดโนบุนางะจึงสั่งให้ถอนทหารกลับมายังเขตแดน โอมิ ทำให้เค็นชินเป็นฝ่ายชนะในศึกนี้

โนบุนางะเคยวางแนวทางการจัดการกับเค็นชินด้วยการตรึงเขาให้อยู่ในเขตแดนเอจิโกะ แต่มันก็เริ่มไม่ได้ผลเท่าไรนัก และภายหลังเค็นชินก็ทำการแผ่ขยายอิทธิพลเข้าสู่จังหวัดคางะ ซึ่งแนวร่วมของกลุ่มจลาจลไปจนถึงกลุ่มนินจาในดินแดนรี้ก็พร้อมจะเข้าร่วมกับเค็นชินเป็นจำนวนมาก นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้โนบุนางะต้องทุ่มเทเวลาไปหลายปีเพื่อจัดการสยบเหล่าจลาจลที่ก่อนความวุ่นวายในคางะ ซึ่งในภายหลังโนบุนางะก็ยอมที่จะสงบศึกกับทางวัดฮอนกันจิซึ่งเปรียบเสมือนผู้อยู่เบื้องหลังของแนวร่วมจลาจล เพื่อที่จะลดความกดดันลงมา และจะได้ทุ่มเทกำลังไปกับการศึกรอบทิศ โดยเฉพาะทางด้านของเค็นชิน และโมริที่แม้จะไม่ได้รุกคืบเข้ามา แต่ก็พร้อมที่จะเข้าตลบหลังทุกเมื่อหากประมาท

 

หลังจากศึกเทโดริกาว่าไม่นาน เค็นชินก็เตรียมการจะเคลื่อนทัพอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้ทำ เพราะในปี ค.ศ. 1578 เค็นชินก็ป่วยหนักและเสียชีวิตลงด้วยอายุเพียง 48 ปี หลังจากการตายของเค็นชินล่วงรู้ไปถึงหูของโนบุนางะแล้ว เขาถึงกับพูดว่า “แผ่นดินนี้เป็นของข้าแล้ว”

นักประวัติศาสตร์บางคนเคยวิเคราะห์ว่า เค็นชินอาจจะตายเพราะถูกลอบสังหาร เช่นเดียวกับผู้กล้าหรือคนดังหลายคนในยุคนั้น และกล่าวกันว่าหากเค็นชินมีอายุยืนกว่านี้สัก 3-4 ปี ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นในยุคนั้นหรืออาจจะรวมถึงหลังจากนั้นสักรอยปี อาจถึงขั้นต้องเขียนกันใหม่หมด

ในบรรดาขุนศึกของยุคเซ็นโกคุ เค็นชินนับเป็นผู้ที่ได้รับการยกย่องอย่างสูง ไม่ว่าจะจากผู้คนในสถานะใด ชาวนา ชาวบ้าน นักบวช พ่อค้า นักรบ ขุนนาง เหล่าขุนศึกด้วยกัน หรือแม้กระทั่งศัตรูที่ร่วมแย่งชิงแผ่นดินด้วยกันกันอย่างชินเก็น ก็ให้ความยกย่องเขามาก แม้แต่โนบุนางะเองก็ยังยอมรับว่า เค็นชินคือศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของเขา ทั้งๆที่พวกเขามีโอกาสได้สู้กันเพียงแค่น้อยนิดเท่านั้น และยังยอมรับว่าหากเค็นชินยังมีชีวิตอยู่อีกสักหลายปี แผ่นดินนี้อาจเป็นของเค็นชินไปแล้ว

การที่เค็นชินได้รับความยกย่องเยี่ยงนี้ อาจเพราะเขามีจิตใจอันเมตตา ยุติธรรม และบริสุทธิ์ของผู้ออกบวชผสมผสานกับความเข้มแข็งและกล้าหาญ เด็ดเดี่ยวของนักรบ ในบรรดาขุนศึกผู้ยิ่งใหญ่ด้วยกันในยุคนั้น เค็นชินเป็นผู้ที่ไม่ชอบการฆ่าฟันกันมากที่สุด เขาแทบจะไม่เคยสั่งสังหาร เด็ก สตรี หรือคนชรา ที่ไม่มีทางสู้ และหากเขามีความทะเยอทะยานมากกว่านี้ เขาอาจจะเป็นผู้ครองแผ่นดินทั้งหมดไปแล้ว
 

ตอนถัดไป อาเคจิ มิตสึฮิเดะ

   


Oda Nobunaga
 โอดะ โนบุนางะ
 Oda Nobunaga
 
織田 信長
 おだ のぶなが
 1534.6.23 -1582.6.21
 統率92 武勇89 知略96
 政治105 義理40
 

Uesugi Kenshin
 อุเอสึงิ เคนชิน
 
Uetsugi Kenshin
 
上杉 謙信
 うえすぎ けんしん
 1530.2.18 - 1578.4.19
 統率120武勇105知略74
 政治54 義理100
 

Honganji Kennyo
 สังฆราชเคนเนีย
 Hongan-ji Kennyo
 本願寺顕如

 ほんがんじ けんにょ
 1543.2.20 - 1592.12.27
 統率96 武勇65 知略87
 政治94 義理48
 

Takeda Shingen
 ทาเคดะ ชินเก็น
 
Takeda Shingen
 
武田 信玄
 たけだ しんげん
 1521.12.1 - 1573.5.13
 統率110 武勇88 知略96
 政治94 義理10
 

Ashikaga Yoshiaki
 อาชิคางะ โยชิอากิ
 Ashikaga Yoshiaki
 足利 義昭

 あしかが よしあき
 1537.12.15 - 1597.10.9
 統率28 武勇14 知略92
 政治82 義理30
 

Vaisravana
 เทพนักรบ บิชามอนเท็น
 Vaisravana
 毘沙門天

 びしゃもんてん
 ท้าวกุเวร มีอีกพระนามหนึ่งคือ
 ท้าวเวสสุวรรณ เป็นเจ้าแห่งผี
 เป็นหนึ่งในท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่
 

Nagao Tamekage
 นากาโอะ ทาเมคาเกะ
 
Nagao Tamekage
 長尾為景
 ながお ためかげ
 
1471 - 1543.1.29
 統率99 武勇104 知略37
 政治51 義理30
 

Usami Sadamitsu
 อุซามิ ซาดามิทสึ
 Usami Sadamitsu

 宇佐美定満
 うさみ さだみつ
 1489 - 1564年8月11日
 統率78 武勇55 知略97
 政治42 義理36
 
 นากาโอะ ฮารุคาเกะ
 Nagao Harukage

 長尾 晴景
 ながお はるかげ
 1509 - 1553年3月23日
 統率 -  武勇 -  知略 - 
 政治 -  義理 - 
 
 โอกาซาวาระ นากาโทคิ
 Ogasawara Nagatoki

 小笠原 長時
 おがさわら ながとき
 1514.11.9  - 1583.4.17
 統率 -  武勇 -  知略 - 
 政治 -  義理 - 
 

Murakami Yoshikiyo
 มุราคามิ โยชิคิโยะ
 Murakami Yoshikiyo

 村上 義清
 むらかみ よしきよ
 1501.3.29 - 1573.2.3
 統率92 武勇89 知略71
 政治51 義理
49
 

Takeda Katsuyori
 ทาเคดะ คัตสึโยริ
 Takeda Katsuyori

 武田 勝頼
 たけだ かつより
 1546 - 1582年4月3日

 統率89武勇93 知略26
 政治40 義理53
 

Kuki Yoshitaka
 คูคิ โยชิทากะ
 Kuki Yoshitaka

 
九鬼 嘉隆
 くき よしたか
 1542 - 1600年11月17日

 統率78武勇74 知略55
 政治44 義理65
 

Toyotomi Hideyoshi
 โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ
 Toyotomi Hideyoshi

 豐臣 秀吉
 とよとみ ひでよし
 1537
.3.17 - 1598.9.18
 統率87武勇65 知略94
 政治104 義理45
 

Shibata Katsuie
 ชิบาตะ คัตสึอิเอะ
 
Shibata Katsuie
 柴田 勝家
 しばた かついえ
 1522年-1583年6月14日

 統率94 武勇96 知略54
 政治64 義理72
 

Maeda Toshiie
 มาเอดะ โทชิอิเอะ
 Maeda Toshiie
 前田利家

 まえだ としいえ
 1539.1.15 - 1599.4.27
 統率77 武勇80 知略62
 政治74 義理80
 

Credit : รูปภาพประกอบจากเกม

Nobunaga no Yabou -Kakushin- PK
信長の野望・革新パワーアップキット
Official Website

 

 


ไปยังบทความถัดไป วิธีการแก้ข้อมูลเกมระดับพื้นฐานไปจนถึงระดับสูง ตอนที่ 2 โดย คุณ asiaspirit