|

หลังจากยึดอำนาจการปกครองในเมืองหลวงมาได้อย่างสมบูรณ์และทำให้โยชิอากิกลายเป็นโชกุนคนสุดท้ายของอาชิคางะเรียบร้อยแล้ว
โนบุนางะก็เดินทัพต่อเพื่อจัดการกับ อาซากุระและอาซาอิ
ศึกครั้งนี้เป็นศึกที่พิเศษที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของโนบุนางะ
จะเรียกว่ามันเป็นโชคชะตาของผู้ที่มุ่งหวังที่จะเป็นใหญ่ในแผ่นดินต้องข้ามผ่านก็ว่าได้
ในประวัติของโนบุนางะนั้น แม้จะไม่ได้มีบันทึกไว้เด่นชัด
แต่จากลักษณะการทำศึกที่ถูกบันทึกไว้
แสดงให้เห็นว่านี่คือศึกที่โนบุนางะไม่อยากจะทำมากที่สุดในชีวิตของเขา
แต่มันก็ไม่มีทางเลือกอื่น
ตระกูลอาซากุระ ภายใต้การนำของอาซากุระ
โยชิคาเงะนั้นได้กลายเป็นเสี้ยนหนามสำคัญที่โนบุนางะจะต้องกำจัดให้ได้ไปเสียแล้ว
และตระกูลอาซาอิที่เป็นดั่งพันธมิตรร่วมสาบานของอาซากุระ
ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเข้าร่วมกับอาซากุระ
เพื่อต่อต้านโนบุนางะ
เรื่องนี้นับเป็นสิ่งที่ทิ่มแทงใจ อาซาอิ นางามาสะ
น้องเขยคนสำคัญของโนบุนางะมาตลอด เพราะในฐานะนักรบแล้ว
เขาไม่อาจละทิ้งบิดาและตระกูลได้
|
 |
โนบุนางะยกทัพอันมหาศาลเข้ากำราบอาซากุระ โยชิคาเงะ
ยอดนักรบแห่งยุคลงอย่างราบคาบ โยชิคาเงะ
ตายอย่างสมศักดิ์ศรีในสนามรบ
จนกระทั่งชื่อของเขายังคงได้รับการยกย่องมาทุกวันนี้
และหลังจากนั้น โนบุนางะก็เตรียมเคลื่อนทัพมุ่งสู่ดินแดนโอมิ
ที่มั่นสุดท้ายของอาซาอิ
อาซาอิ ฮิสะมาสะ จ้าวแห่งโอมิ ทำการคว้านท้องและจบชีวิตลง
ส่วนนางามาสะยังคงตรึงกำลังไว้ที่ปราสาทโอดานิ
อันเป็นปราการสุดท้าย
โนบุนางะได้ส่งคนไปเจรจาและเกลี้ยกล่อมนางามาสะให้ยอมแพ้
แล้วจะไว้ชีวิตรวมถึงยกดินแดนให้ปกครอง
เพราะเห็นแก่สัมพันธ์เก่าๆ ที่เคยสร้างกันไว้
แต่นางามาสะปฏิเสธ และเลือกจะสู้จนตัวตาย
ปัญหามีอย่างเดียวคือ นางามาสะไม่ต้องการให้โออิจิ
ภรรยาของตนต้องตายไปด้วย
และต้องการจะส่งตัวโออิจิและลูกๆทั้งสามของตนให้แก่โนบุนางะ
แต่โออิจิเลือกสามีมากกว่าพี่ชายตนเองจึงขออยู่สู้ตายพร้อมนางามาสะ
จนกระทั่งนางามาสะใช้วิธีบังคับ
ส่งโออิจิและลูกๆให้แก่โนบุนางะ
ส่วนตนเองก็คว้านท้องและสิ้นชีพลงที่ปราสาทโอดานิ
ในขณะที่ทัพของโนบุนางะกำลังบุกเข้าปราสาท
|
 |
โออิจิเคียดแค้น โนบุนางะ พี่ชายของตนมาก
เล่ากันว่านางไม่ยอมพูดคุยกับโนบุนางะอีกเลยตลอดชีวิต
โนบุนางะได้ส่งเธอให้ไปอยู่ในความดูแลของชิบาตะ คัตสึอิเอะ
แม่ทัพกองหน้าของตระกูลโอดะ
ซึ่งคัตสึอิเอะนั้นแม้จะมีอายุมากแล้วแต่ก็ไม่ยอมแต่งงาน
เพราะเทิดทูนในตัวโออิจิมาตลอด และหลังจากนั้นไม่นาน
โออิจิก็ได้แต่งงานใหม่กับคัตสึอิเอะ และเขาก็ดูแลนางอย่างดี
ทำให้ชีวิตของโออิจิมีความสงบอีกครั้งในระยะเวลาหนึ่ง
แต่ก็เป็นเวลาสั้นๆเท่านั้น
ก่อนที่ชีวิตนางจะต้องพบกับโศกนาฏกรรมอีกครั้งในหลายปีต่อมาในโศกนาฏกรรมที่ชิสิกาตาเกะ
โออิจิมีลูกชายหนึ่งคน ชื่อมันปูกุมารุ
และมีลูกสาวอีกสามคนซึ่งล้วนแต่งงานกับคนมีชื่อเสียงโด่งดังกันทุกคน
คนโตคือจาจะ หรือภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นโยโดนั้น
เป็นคนที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุด
โดยนางได้แต่งงานเป็นภรรยาคนที่สองของโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ
ผู้ปกครองญี่ปุ่นคนต่อมา
และนางก็ได้กลายเป็นหนึ่งในสตรีผู้ถูกความทะเยอทะยานเข้าครอบงำในภายหลัง
จนนำไปสู่เรื่องราวแสนเศร้าของ “ศึกปราสาทโอซาก้า”
ซึ่งถูกจารึกในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นมาทุกวันนี้
ส่วนลูกสาวอีกสองคนนั้น โอฮัทสึ ได้แต่งงานกับเคียวโกคุ
ทากาสึกุ ลูกสาวคนสุดท้อง โอเอโยะ
ได้แต่งงานเป็นภรรยาคนที่สองของโชกุน โตกุกาว่า ฮิเดทาดะ
|