|

เมื่อกล่าวถึงยุคเซ็นโกคุแล้ว
ตระกูลหนึ่งที่มีส่วนสำคัญและบทบาทในยุคนี้อย่างรุนแรง
ก็คือตระกูลโอดะ (Oda Clan)
เดิมทีตระกูลโอดะเป็นเพียงตระกูลซามูไรเล็กๆ
แต่อาศัยความสามารถของผู้นำตระกูลในขณะนั้นคือโอดะ โนบุฮิเดะ (Oda
Nobuhide)
เขาเกิดเมื่อปี ค.ศ.1510
เป็นนักรบที่มีความสามารถในการนำทัพและวิสัยทัศน์ยาวไกล
สามารถเข้ายึดครอง จ.โอวาริไว้ได้
และทำการปกครองดูแลจนโอวาริกลายเป็นเมืองที่เข้มแข็งและร่ำรวยมากเมืองหนึ่ง
แต่โนบุฮิเดะก็ไม่อาจขยายดินแดนไปได้มากกว่านั้น
เพราะที่ใกล้กันนั้นเอง
ยังมีซามูไรเฒ่าผู้หนึ่งเป็นคู่ต่อกรที่พร้อมจะเล่นงานเขาทุกเมื่อ
ชายผู้นั้นคือไซโต้ โดสะ (Saito Dosan)
ผู้ได้รับฉายาว่าเจ้าอสรพิษเฒ่าแห่งมิโนะ
เขาเป็นไดเมียวผู้เจ้าเล่ห์ ฉลาดหลักแหลม
เขาได้สร้างจนแคว้นมิโนะกลายเป็นเมืองแข็งแกร่งและผงาดขึ้นมาทาบชั้นกับตระกูลไดเมียวอื่นๆในประเทศได้
นอกจากนี้เขายังขึ้นชื่อลือชาในเรื่องความโหดเหี้ยมต่อศัตรู
จนไม่มีใครกล้าตอแย
และโอดะ โนบุฮิเดะ กับไซโต้ โดสะ
ก็คือศัตรูที่ขับเคี่ยวกันมาเป็นเวลายาวนาน
แต่นอกจากโดสะแล้ว
ตระกูลโอดะยังมีหอกข้างแคร่สำคัญอีกราย นั่นคือ อิมากาว่า
โยชิโมโตะ (Imagawa Yoshimoto)ไดเมียวผู้ทรงอำนาจที่ครอบครองดินแดน
3 จังหวัดทางตะวันออก อันได้แก่มิคาว่า ซุรุกะ และโทโทมิ
โนบุฮิเดะจึงคิดจะสงบศึกและสร้างไมตรีต่อโดสะ
เพื่อจะได้หันมารับศึกกับอิมากาว่าเพียงด้านเดียว
จึงได้ตัดสินใจครั้งสำคัญ ด้วยการสู่ขอบุตรีของโดสะ
นามว่าเจ้าหญิงโน (No) ให้แก่บุตรชายคนที่สามของเขา
และบุตรชายคนรองของเขานี่เอง
ผู้ซึ่งภายหลังจะขึ้นมาเขย่าหน้าประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นในฐานะของจอมมาร
เขาก็คือ โอดะ โนบุนางะ (Oda Nobunaga)
เขาเกิดเมื่อปี ค.ศ. 1534 เป็นบุตรชายคนที่สามของโนบุฮิเดะ
แต่เป็นบุตรชายคนแรกที่เกิดกับภรรยาหลวง
ดังนั้นเขาจึงเป็นผู้มีสิทธิ์สืบทอดโอวาริอย่างถูกต้องที่สุด
เล่ากันว่าในวัยหนุ่มนั้น โนบุนางะเป็นคนที่มีนิสัยแปลกประหลาด
มักไม่ทำตัวอยู่ในกรอบประเพณี
มีนิสัยห่ามๆจนได้ชื่อว่าเป็นจอมแสบแห่งโอวาริ
ได้รับมอบให้ปกครองปราสาทนาโกย่าในเขตแดนโอวาริ
ตั้งแต่ยังหนุ่ม
โนบุฮิเดะ
ผู้พ่อเป็นห่วงอนาคตของลูกชายที่เอาแต่เที่ยวเล่นไปวันๆผู้นี้ยิ่งนัก
เขามองออกว่าลูกชายของตนผู้นี้มีพรสวรรค์อันหาได้ยากนักแอบซ่อนอยู่
แต่รอบๆโอวารินั้นเต็มไปด้วยไดเมียวเหล่าศัตรูที่ร้ายกาจจ้องตะครุบกันตาเป็นมัน
หากเขาไม่ทำอะไรสักอย่างลงไป
ยังไม่ทันที่ลูกชายตัวแสบจะได้แสดงความสามารถให้โลกเห็น
ตระกูลโอดะอาจจะพินาศซะก่อน
จริงๆแล้วเขาคิดจะยกตระกูลโอดะให้โนบุนางะดูแล
แต่ก็ต้องการจะควบคุมโนบุนางะและทำให้เขามีความเหมาะสมกว่านี้
ดังนั้นตอนที่เลือกว่าจะส่งใครไปแต่งงานกับเจ้าหญิงโนแห่งมิโนะ
เขาจึงเลือกโนบุนางะ
|
 |
ชื่อเสียงด้านความแสบของโนบุนางะทำให้โดสะเกิดความสนใจ
และในที่สุดก็ตัดสินใจยกเจ้าหญิงโนให้แต่งงานกับจอมแสบแห่งโอวาริผู้นี้
เพราะรู้สึกประทับใจในความบ้าบิ่น และความแหกคอกของเขา
แต่ในขณะเดียวกันก็ได้สั่งการลับกับลูกสาวของตนว่าหากอนาคตข้างหน้า
โนบุนางะมีทีท่าว่าจะกลายเป็นศัตรูของตระกูลไซโต้ล่ะก็
ให้นางฆ่าเขาเสีย (แต่ภายหลังเจ้าหญิงโนหลงรักในตัวของโนบุนางะอย่างหมดใจ
และคำสั่งฆ่านั้นก็ไม่เกิดขึ้น)
เกี่ยวกับการแต่งงานครั้งนี้
ผู้ที่เป็นหัวแรงใหญ่ของการผลักดันการแต่งงานทางการเมืองนี้ก็คือ
ฮิราเตะ มาซาฮิเดะ
ผู้ที่โนบุฮิเดะวางใจให้เป็นผู้ดูแลพฤติกรรมของโนบุนางะ
จนกระทั่งปี ค.ศ. 1551 โนบุฮิเดะได้เสียชีวิตลง
ตระกูลโอดะเกิดความแตกแยก
เพราะแม้ว่าโนบุนางะจะถูกตั้งตนเป็นผู้สืบทอด
แต่คนในตระกูลบางคนก็ไม่ยอมรับ โดยเฉพาะน้องชายของเขา โอดะ
โนบุยูกิ
ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากบรรดาญาติผู้ใหญ่คนอื่นของตระกูล
รวมไปถึงแม่ทัพคนสำคัญด้วย เช่นชิบาตะ คัตสึอิเอะ หรือ ฮายาชิ
ฮิเดซาดะ
แต่โนบุนางะก็สามารถเอาชนะกองทัพของโนบุยูกิและเหล่าญาติๆที่คิดก่อการได้จนหมด
และทุกครั้งที่ก่อการล้มเหลว
ญาติมิตรที่สนับสนุนโนบุยูกิก็ไปเข้ากับโนบุนางะมากขึ้นหรือไม่ก็ถูกสั่งประหาร
แต่ตัวของโนบุยูกิรอดชีวิตมาได้ทุกครั้งเพราะโนบุนางะเห็นแก่สัมพันธ์พี่น้อง
และแม่ของพวกเขาได้ขอร้องเอาไว้
|
 |
แต่ในครั้งสุดท้ายนี่เอง เพื่อจะจัดการทุกอย่างให้จบสิ้น
โนบุนางะจึงเรียกตัวโนบุยูกิเข้าพบโดยแกล้งป่วย
และสังหารโนบุยูกิ น้องชายแท้ๆของตนลงเสีย
การกระทำนี้จะบอกว่าเป็นจุดเริ่มตำนานจอมมารก็ว่าได้
เป็นอันว่าโนบุนางะสามารถกุมอำนาจในตระกูลได้อย่างเบ็ดเสร็จ
กลายเป็นจ้าวแห่งโอวาริที่แท้จริงได้แล้ว
เขาก็เตรียมพุ่งเป้าไปสู่การศึกที่แท้จริงกับอิมากาว่า
โยชิโมโตะ
อันเป็นศึกสำคัญที่พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์และทำให้โนบุนางะได้ผงาดขึ้นมา
|