|

หลังจากการสิ้นชีพของฮิเดโยชิ
สัญญาณแห่งการเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจในแผ่นดินก็เริ่มดังขึ้น
และบุรษผู้มีอำนาจสูงสุดหลังจากการตายของฮิโยชิ
ก็คือไดเมียวผู้เป็นหนึ่งในองคมนตรีทั้งห้าแห่งรัฐบาลโทโยโทมิ
ชายอ้วนเตี้ยผู้มีนามว่า โตกุกาว่า อิเอยาสึ
ชื่อเดิมของเขาคือ มัตสึไดระ โมโตยาสุ เป็นบุตรชายของ
มัตสึไดระ ฮิโรทาดะ ไดเมียวแห่งมิคาว่า
ชีวิตในวัยเด็กของเขานั้น ไม่ค่อยได้รับความอบอุ่นนัก
หลังจากเกิดมาได้ไม่นาน
แม่ของเขาก็ถูกส่งตัวกลับไปยังตระกูลของตนเอง
ทำให้เขาไม่มีโอกาสได้อยู่กับแม่แท้ๆของตนเลย
ในปี ค.ศ. 1548
ตระกูลโอดะแห่งโอวาริซึ่งหมายจะเข้ายึดดินแดนในมิคาว่ามานานแล้วก็ได้ยกทัพเข้าตี
ฮิโรทาดะจึงหาทางแก้ไขด้วยการขอร้องให้อิมากาว่า
โยชิโมโตะเข้ามารับศึก และในการเจรจากับทางโอดะ โนบุฮิเดะ นั้น
กองทัพโอดะก็ยกเลิกที่จะบุกมิคาว่า ภายใต้เงื่อนไขที่ว่า
ต้องส่งตัวทาเคชิโยะ หรืออิเอยาสึในวัย 6 ขวบ ไปเป็นตัวประกัน
และช่วงเวลานั้นเองที่ทำให้อิเอยาสึได้พบกับบุคคลที่มีผลกระทบต่อตัวเขาอย่างมากในภายหลัง
นั่นก็คือ โอดะ โนบุนางะ บุตรชายคนรองของโนบุฮิเดะ
|
 |
จากนั้นสามปีต่อมา พ่อของอิเอยาสึเสียชีวิตลง โอดะ โนบุฮิเดะ
เองก็เช่นกัน
ทำให้ทางอิมากาว่าถือเป็นโอกาสดีที่จะยกทัพเข้ารุกโอวาริ โอดะ
โนบุฮิโระ ผู้นำคนใหม่ของโอวาริ ไม่อาจต้านทานศึกได้
จนต้องขอเจรจาเพื่อหย่าศึก
ทางอิมากาว่าจึงขอดินแดนบางส่วนและขอตัวอิเอยาสึ
ซึ่งเป็นทายาทผู้สืบตระกูลมัตสึไดระมาเป็นตัวประกันที่อิมากาว่าแทน
ชีวิตในช่วงวัยรุ่นของเขาภายใต้การดูแลของอิมากาว่านั้น
มีผลต่อความสามารถในการศึกของเขาอย่างยิ่ง
เขาได้ฝึกฝนการขี่ม้า ยิงธนูจนเก่งกาจ
กระทั่งได้รับฉายาในภายหลังว่าจอมขมังธนูแห่งมิคาว่า
หลังจากนั้นเมื่อทัพของโอดะ
โนบุนางะเอาชนะอิมากาว่าและสังหารโยชิโมโตะลงได้ที่โอเกฮาซาม่า
อิเอยาสึก็ขอเข้าเป็นพันธมิตรกับโนบุนางะ
และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการผงาดเข้าสู่เส้นทางแห่งการแก่งแย่งอำนาจในแผ่นดินของอิเอยาสึ
|
 |
ในฐานะพันธมิตรเพียงหนึ่งเดียวของโนบุนางะ
อิเอยาสึนำกองทัพโตกุกาว่าเข้าร่วมการศึกของโนบุนางะแทบทุกครั้ง
และมีผลงาน ชื่อเสียงมากขึ้นเรื่อยๆ กระนั้น
การศึกที่โด่งดังที่สุดในสมัยที่เขาเป็นพันธมิตรของโนบุนางะนั้น
กลับเป็นการศึกที่ทุ่งมิคาตากะฮาระ
อันเป็นการเผชิญหน้ากับทาเคดะ ชินเก็น ซึ่งเขาพ่ายแพ้หมดรูป
เหลือทหารกลับปราสาทไม่ถึงร้อย และเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด
ดังนั้นด้วยความเจ็บใจที่พ่ายศึกให้กับทาเคดะอย่างยับเยิน
ในภายหลังจากนี้ไปหลายปี เมื่อชินเก็นเสียชีวิตลง
และคัตสึโยริผู้บุตรขึ้นสืบตำแหน่งผู้นำตระกูลแทนนั้น
ไม่ได้มีความสามารถเทียบเท่าชินเก็น
อีกทั้งยังได้พ่ายแพ้ต่อทัพของโนบุนางะก่อนหน้านี้ในศึกนากาชิโนะ
อิเอยาสึจึงถือโอกาสที่ทัพทาเคดะอ่อนแอลง
เสนอต่อโนบุนางะให้ร่วมกันยกทัพใหญ่เข้าตีคาอิ
เพื่อจัดการกับทาเคดะลงโดยสิ้นเชิง และในที่สุดก็ทำได้สำเร็จ
สามารถยึดดินแดนบางส่วนของทาเคดะมาเป็นของตนได้
|
 |
เมื่อโนบุนางะเสียชีวิตลงในปี ค.ศ.1582 ที่วัดฮอนโนจิ
จากการก่อกบฏของมิตสึฮิเดะ
เวลานั้นอิเอยาสึพำนักอยู่บริเวณโอซาก้า
ซึ่งก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่วัน
โนบุนางะเพิ่งจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับเขาหลังจากการทำศึกกับโฮโจ
ด้วยเหตุนี้ อิเยาสึจึงมีทหารติดตามมาในจำนวนน้อย
และไม่สามารถเข้าสู้กับฝ่ายมิตสึฮิเดะได้
จึงต้องหนีตายกลับมิคาว่า
ระหว่างการหนีตายตามเส้นทางถึงมิคาว่านั้น
ทำให้เขาได้ผูกมิตรกับเหล่านินจาอิงะ
ซึ่งพวกอิงะนั้นเคยถูกกวาดล้างอย่างหนักโดยโนบุนางะ
พวกอิงะจึงใช้โอกาสนั้นเข้าช่วยเหลืออิเอยาสึให้รอดพ้นการไล่ตามของฝ่ายมิตสึฮิเดะ
เพื่อที่จะให้อิงะที่ยังเหลือสามารถตั้งหลักและเข้ามามีอำนาจทางการเมืองได้
ซึ่งนั่นก็ทำให้อิเอยาสึได้กองกำลังนินจาอิงะมาเข้าสังกัดในจำนวนไม่น้อย
โดยทั้งหมดนั้นอยู่ใต้การนำของผู้นำตระกูลอิงะในเวลานั้น
ก็คือนินจาชื่อดังแห่งยุค นามว่าฮัตโตริ ฮันโซ
การรวบรวมกองกำลังนินจาที่มีจำนวนมากและแข็งแกร่งที่สุดมาอยู่ในสังกัด
แสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานที่แฝงอยู่ในเบื้องลึกของอิเอยาสึ
|
 |
หลังจากหนีตายกลับมายังเขตแดนของตนได้
ฮิเดโยชิก็นำกองทัพเข้าจัดการมิตสึฮิเดะ
แก้แค้นให้โนบุนางะสำเร็จ
โอกาสในการที่จะขึ้นไปกุมอำนาจสูงสุดจึงตกไปอยู่ในมือของฮิเดโยชิแทน
แน่นอนว่าอิเอยาสึย่อมไม่พอใจ รวมถึงเหล่าขุนศึกต่างๆด้วย
โดยเฉพาะชิบาตะ คัตสึอิเอะ
ซึ่งประกาศตนอย่างเด่นชัดในการต่อต้านฮิเดโยชิ
ฝ่ายอิเอยาสึนั้นไม่ได้เข้าร่วมกับใครโดยชัดแจ้ง
เนื่องจากเขารู้ถึงศักยภาพกองทัพของตนดีว่ายังไม่อาจเทียบกับกองทัพมหึมาที่ผ่านศึกมานับครั้งไม่ถ้วนของฮิเดโยชิได้
ซึ่งในการศึกนี้
คัตสึอิเอะพ่ายแพ้อย่างหมดรูปและตายในปราสาทที่ถูกเผา
ในปีต่อมา หลังจากตระเตรียมกองทัพจนพรั่งพร้อม
อิเอยาสึตัดสินใจประกาศสนับสนุน โอดะ โนบุโอะ
ทายาทของโนบุนางะให้เป็นผู้นำ แล้วยกทัพเข้าโจมตีโอวาริ
ซึ่งเวลานั้นอยู่ภายใต้อิทธิพลของฮิเดโยชิไปแล้ว
ฝ่ายฮิเดโยชิจึงยกทัพออกต้าน
การศึกเพื่อตัดสินว่าใครจะได้กุมอำนาจในแผ่นดินได้อุบัติขึ้น
ระหว่าโตกุกาว่า และโทโยโทมิ ศึกนี้ถูกเรียกว่า สงครามโคมากิ
นาคากุเตะ
|
 |
กองทัพของอิเอยาสึเอาชนะฮิเดโยชิได้ในระยะสั้นๆ
แต่เมื่อการศึกเนิ่นนานไป เขาก็เริ่มเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
ดังนั้นฮิเดโยชิจึงเริ่มเปิดฉากเจรจา
ซึ่งเป็นลูกเล่นที่ฮิเดโยชิมักงัดออกมาใช้บ่อยๆ
นั่นคือเมื่อทำศึกไปจนถึงชั่วระยะเวลาหนึ่ง
จนกระทั่งเห็นว่าได้เปรียบอีกฝ่ายมากขึ้นเรื่อยๆ
ก็จะเจรจาเพื่อเปิดทางให้อีกฝ่ายมีทางลง
และยังเป็นการลดความสูญเสียของฝ่ายตนเอง ที่สำคัญคือ
วิธีการนี้ทำให้เขาได้เหล่าผู้ที่เคยต่อต้านเขาในครั้งแรก
มาเข้าร่วมด้วยจำนวนมาก
แม้ว่าคนพวกนั้นจะเข้ามาโดยไม่ยินยอมพร้อมใจ เพราะถูกบีบ
หรือเพราะต้องทำเพื่อผลประโยชน์เฉพาะหน้า
แต่มันก็เป็นวิธีการที่ไม่บีบทำลายฝ่ายตรงข้ามจนถึงกับพินาศสิ้นไป
นับว่าแตกต่างกับโนบุนางะพอสมควร
อิเอยาสึจำต้องรับข้อเสนอ เขายอมสวามิภักดิ์ต่อฮิเดโยชิ
และกลายเป็นไดเมียวผู้หนึ่งของตระกูลโทโยโทมิในที่สุด
โดยในเงื่อนไขการเจรจานั้น เขายังต้องส่งตัวบุตรชายคนรอง
โตกุกาว่า ฮิเดยาสึ
ให้ไปเป็นบุตรบุญธรรมของฮิเดโยชิในฐานะตัวประกันอีกด้วย
สำหรับอิเอยาสึนั้น
ฮิเดโยชิยังนับว่ามีความปราณีและเห็นแก่หน้าเขาอยู่ไม่น้อย
อาจเพราะในสมัยก่อน
อิเอยาสึนับเป็นไดเมียวเพียงผู้เดียวจากทุกแคว้นทั่วญี่ปุ่นที่เป็นพันธมิตรกับโนบุนางะ
จนถึงวินาทีสุดท้าย
ดังนั้นอิเอยาสึจึงยังคงเป็นไดเมียวผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในบรรดาไดเมียวทั้งหลายที่ยอมศิโรราบต่อฮิเดโยชิ
เทียบเท่ากับมาเอดะ โทชิอิเอะ
อิเอยาสึช่วยเหลือฮิเดโยชิในการปราบศึกที่เหลืออยู่เพื่อรวมประเทศให้เป็นหนึ่ง
ในการศึกที่โอดาวาระ เขาก็นำกองทัพเข้าร่วมถึง 30,000 คน
นับว่ามีจำนวนมากที่สุดในบรรดาไดเมียวทั้งหมด
จนกระทั่งสามารถรวมแผ่นดินทั้งหมดได้สำเร็จเมื่อพิชิตตระกูลโฮโจแห่งคันโตลงได้
|
 |
ในภายหลังเมื่อฮิเดโยชิเสียชีวิตลง
บรรดาไดเมียวอาวุโสได้ประชุมกันและก่อตั้งคณะองคมนตรีขึ้นเพื่อดูแลงานราชการแผ่นดิน
ประกอบไปด้วย อิเอยาสึ โทชิอิเอะ เทรุโมโตะ คาเคคัตสึ
ฮิเดอิเอะ
และนั่นเองคือจุดที่ทำให้เขาก้าวขึ้นมาสู่การเป็นผู้กำหนดทิศทางของแผ่นดินญี่ปุ่นอีกครั้ง
|